ทุจริตหกหมื่นล้านจำนำข้าว


๓ ปี รัฐบาลพลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา สามารถระบายข้าวสารที่มีปัญหาจากนโยบายการรับจำนำข้าวเปลือกในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประมาณ ๑๒.๗๔ ล้านตัน ได้เงินคืนคลัง ๑๑๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขาดทุนจากต้นทุนรับจำนำที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งไว้ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ถึง ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท
    ที่เหลืออีกประมาณ ๒.๕ ล้านตัน วันนี้กลายเป็นข้าวราคาต่ำ เนื่องจากอายุและการเก็บที่ขาดประสิทธิภาพ ต้องหาทางระบายออกไปเป็นวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรม
    แม้เป็นเงินก้อนใหญ่ที่นักการเมืองอ้างว่าเป็นสัญญาที่หาเสียงไว้กับประขาชน จึงต้องทำ
    แม้เป็นนโยบาย 'ประชานิยมสุดโต่ง' และ
    แม้เป็นนโยบายที่ไม่คำนึงถึงความสามารถในการหารายได้เข้าคลัง
    กฎหมายก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นอำนาจในการบริหารงานของนักการเมืองเมื่อได้เป็นรัฐบาล
    จึงอยู่ที่คนไทยจะยอมรับและถือเป็นบทเรียนในการพิจารณานักการเมืองและพรรคการเมืองหรือไม่เท่านั้น   
    อย่างไรก็ตาม ผลจากการระบายข้าวได้เกือบหมดสต็อก ช่วยให้อุปสรรคจากอุปทานส่วนเกินที่กดดันราคาข้าวของชาวนาหลายฤดูกาลในช่วงที่ผ่านมาคลี่คลายลงเสียที
    แต่ยอด 'ขาดทุน' ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทข้างต้น คนละส่วนกันกับ 'ความเสียหาย' จากนโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิเสธมาตลอด
    นั่นคือความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากการทุจริตประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท
    ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก มาจากทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (government to government: G to G) กับจีนที่ไม่ได้ส่งออกจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยประมาณการมูลค่าที่เชื่อว่าผู้ทุจริตได้ไปจากการ 'บังหลวง' ประมาณ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท
    อีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มาจากทุจริต 'ข้าวลม' ที่ไม่มีข้าวจริงมาให้รับจำนำ รวมทั้งข้าวสวมสิทธิ์ทั้งที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน และข้าวที่ไม่ได้ร่วมโครงการ
    ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทสุดท้าย เกิดจากการรับจำนำข้าวจริง แต่เป็นข้าวคุณภาพต่ำกว่าราคาประกัน (ปลอมปน ความชื้น และน้ำหนัก ไม่เป็นไปตามกำหนด) เรียกเก็บเงินก่อนนำข้าวเข้าโกดัง รวมทั้งนำข้าวคุณภาพไม่ดีมาเปลี่ยน ฯลฯ
    มีคำถามว่า ถ้าใครทุจริตก็ให้เอาผิดกับผู้นั้น ทำไมต้องให้อดีตนายกยิ่งลักษณ์ รับผิดชอบ
    มีคำตอบว่า เพราะเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของนางสาวยิ่งลักษณ์ ฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) รวมทั้งการเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
    ประการสำคัญ หน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปข.) ได้แจ้งเตือนให้ทบทวน เพราะพบการทุจริต ที่ยังไม่นับรวมหน่วยงานทางวิชาการ เช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยก็มีข้อเสนอแนะไม่ต่างกันกับหน่วยงานของรัฐ
    ถ้ารับฟังและทบทวนโครงการเสียตั้งแต่แรก ประเทศชาตินอกจากไม่เสียหายถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ต้นทุนรับจำนำอาจไม่ขาดทุนถึง ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ได้

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง
  ฉบับปี 2555  Click
  ฉบับปี 2556  Click
  ฉบับปี 2557  Click
  ฉบับปี 2558  Click
  • อีคอนนิวส์ฉบับ 600 ประจำเดือนมิถุนายน 2560
ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org
  • เปิดผลสำรวจ 'ผู้บริโภค' ในยุคไทยแลนด์ ๔.๐
  • จับตาความเสียด้านการเงินในภาวะเศรษฐกิจพื้นตัว
  • ทุจริตหกหมื่นล้านจำนำข้าว
  • เดินเครื่องปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน
  • การบ้าน ๔ ข้อ ของนายกฯ
  • คุณภาพสินเชื่อด้อยลงแต่แบงก์พาณิชย์ไทยยังมั่นคง
  • 'หัวเว่ย' แนะ ๓๙ แนวทางยกระดับเศรษฐกิจ ๔.๐ ใน ๕ ปี
  • วิกฤตทางการทูตของกาตาร์กับผลกระทบต่อไทย
  • กลุ่มแลนด์ฯ ผนึกแบงก์ไต้หวัน ขยายฐาบธุรกิจ
  • ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ ๑.๖ แสนล้านในรอบปี
  • Mercedes-Benz E350 e หรูหราไฮบริด
  • จากฟ้าสู่ดิน:  ร.๙ กับเรือตรวจการณ์ราชนาวี