แก้ปัญหาข้าวแบบไหน 'ยั่งยืน'


         ปัญหาราคาข้าวตกต่ำกลับมาอีกครั้ง อันไม่ต่างไปจากยุคสมัยของรัฐบาลในอดีตที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งแรก ๆ รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด โดยหาทางช่วยเหลือชาวนาด้วยวิธีการอื่น ที่ไม่ใช่การจำนำราคาข้าวเหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และไม่ใช่การรับประกันราคาข้าวเหมือนรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
    แต่เพราะอุปทานที่เกิดจากข้าวฤดูกาลเก่าสะสมมาก่อนหน้า กับข้าวฤดูกาลใหม่ที่เริ่มทยอยออกตลาด พอมาโดนกลไกตลาด ที่มีพ่อค้าคนกลางและผู้ส่งออกข้าวเป็นตัวการสำคัญ ผนวกกับปัจจัยปริมาณข้าวในตลาดโลก ชาวนาจึงตกที่นั่งลำบากจากการถูกกดราคาขายที่ต่ำกว่าทุน
    รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ โดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เมื่อ ๓๑ ตุลาคม และ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ จึงต้องออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้าด้วยการให้สินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี สำหรับฤดูการผลิต ๒๕๕๙/๒๕๖๐ ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ส.ส.) สำหรับรอบแรก สรุปได้ ดังนี้
    ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ ๗,๐๐๐ บาท ค่าเตรียมข้าวขึ้นยุ้งและค่าฝากเก็บตันละ ๑,๕๐๐ บาท ค่าเก็บเกี่ยวและค่าปรับปรุงคุณภาพตันละ ๒,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินตันละ ๑๐,๕๐๐๐ บาท กรณีไม่ขึ้นยุ้ง จะได้รับเงินตันละ ๙,๐๐๐ บาท โดยตั้งเกณฑ์การให้สินเชื่อไว้รายละไม่เกิน ๑๐ ไร่
    ข้าวเปลือกปทุม ราคาตันละ ๗,๘๐๐ บาท ค่าเตรียมข้าวขึ้นยุ้งและค่าฝากเก็บตันละ ๑,๕๐๐ บาท ค่าเก็บเกี่ยวและค่าปรับปรุงคุณภาพตันละ ๒,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๑,๓๐๐ บาท กรณีไม่ขึ้นยุ้ง จะได้รับเงินตันละ ๙,๘๐๐ บาท รายละไม่เกิน ๑๐ ไร่ เช่นกัน
    ถ้าข้าวในตลาดมีราคาดีกว่า จึงขาย แล้วนำเงินไปชำระหนี้ ธ.ก.ส.
    กระนั้น โครงการนี้ก็ยังถูกมองว่าไม่ได้ช่วยชาวนาเท่าใดนัก เพราะใช่ว่าทุกคนจะมียุ้งฉางเอาไว้เก็บข้าวเปลือกของตนเอง และใช่ว่าทุกคนจะมีทุนและวิธีการรักษาข้าวเปลือกให้มีคุณภาพ ประการสำคัญ ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้ขายข้าวในราคาสูงกว่าสินเชื่อที่รับมา ตาดีตาร้าย อาจทำให้ชาวนามีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นอีกด้วย
    ตรงกันข้าม การออกมาขายข้าวสารกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ถูกตั้งคำถามว่า 'ช่วยชาวนา' จริงหรือ เพราะถ้าชาวนาสีข้าวขายในราคาที่เธอนำมาขาย คนทำนาคงหมดเนื้อหมดตัว เนื่องจากราคา ๒๐ บาท นั้น ต่ำกว่าทุนที่กลายเป็นการตัดราคาชาวนาเสียเอง
    ถ้าปฏิเสธว่าไม่ได้ตัดราคา ก็เป็นการสร้างภาพทางการเมืองที่ผิด ๆ เพราะซื้อข้าวจากพ่อค้ามาขายให้ชาวบ้านในราคาถูก อันเป็นการช่วยพ่อค้า ที่ไม่ได้ช่วยชาวนาแต่ประการใด
    ราคาข้าวตกต่ำ รวมทั้งพืชไร่อื่น ๆ แม้ผ่านไปได้ในวันนี้ ก็จะมีปัญหาตามมาในอนาคตไม่จบสิ้น ถ้ายังแก้เฉพาะหน้าแบบที่นักการเมืองทำกันมาแต่ละยุคแต่ละสมัย ตราบใดที่ยังไม่มองภาพรวมทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การบริหารจัดการทรัพยากร 'น้ำ' เพื่อการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน การรักษาคุณภาพข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ลอจิสติกส์  การรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกช้าวในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง การตลาด การบริหารจัดการทรัพยากร 'ดิน' ทั้งการปลูกพืชอื่นนอกฤดูกาลปลูกข้าวเพื่อรายได้เสริมและการบำรุงรักษาดิน ข้อมูลข้าวในตลาดโลกและข้อมูลอื่นที่ส่งผลต่อข้าว เป็นต้น  
    นี่คือการบ้านของรัฐบาลนี้ แล้วใส่เข้าไปในยุทธศาสตร์ชาติที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นแนวทางที่รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งต้องปฏิบัติ ก็จะเป็นคุณูปการยิ่ง

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง
  ฉบับปี 2555  Click
  ฉบับปี 2556  Click
  ฉบับปี 2557  Click
  ฉบับปี 2558  Click
  • อีคอนนิวส์ฉบับ 593 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559
  • แก้ไขปัญหาข้าวแบบไหน 'ยั่งยืน'
  • ความพร้อมของรัฐกับเศรษฐกิจดิจิทัล-ไทยแลนด์ ๔.๐
  • สามหมื่นห้าพันล้านถึงศาลปกครอง
  • จากสังคมสูงวัยสู่เศรษฐกิจอายุวัฒน์
  • สองแสนสามหมื่นล้านที่หายไปบนท้องถนน
  • แนะ 'รัฐกระตุ้นการลงทุน' สร้างปัจจัยหนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว
  • แนวโน้มธุรกิจพลังงานชีวภาพเติบโตต่อเนื่อง
  • ข้อมูลยุคดิจิทัลกับการจัดการของธนาคารกลาง
  • คปภ. ผนึกสมาคมธนาคารไทย วางกรอบขายประกันผ่านแบงก์
  • เรื่องเล่าจากเรือสำราญ
  • จากฟ้าสู่ดิน: ในหลวงกับสื่อมวลชน
ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org