ทำไมสื่อจึงไม่ควรมีกฎหมายวิชาชีพ


         ร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....จัดทำโดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ซึ่งมีพลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ถูกผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนร่วมกันคัดค้านด้วยเหตุผลหลายประการ แต่ที่ประชุม สปท. ก็ลงมติเห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งต่อไปเป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
    อย่างไรก็ตาม มีคำถามว่า สื่อมวลชนเป็นวิชาชีพหรือไม่ และควรมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือไม่
    ตอบว่า สื่อมวลชนเป็นวิชาชีพ เพราะเป็นงานที่ส่งผลกระทบไม่เพียงปัจเจกบุคคล หากต่อความรู้สึกนึกคิดของคนโดยส่วนรวม ถ้าข้อมูลข่าวสารนั้นบิดเบือน ก็อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง หรืออาจนำไปสู่ความเกลียดชัง ขัดแย้ง ไปจนถึงความรุนแรง ดังที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต
    เมื่อเป็นวิชาชีพ คนทำสื่อก็ควรขึ้นทะเบียนตามกฎหมายเหมือนวิชาชีพอื่น ๆ อันน่าจะเป็นคำตอบข้อต่อไปหรือไม่นั้น
    ตอบว่าไม่จำเป็น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นวิชาชีพ ซึ่งอธิบายได้ ดังนี้
    วิชาชีพอื่น ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการแพทย์ ไปจนถึงสถาปนิก วิศวกร บัญชี ทนายความ เป็นต้น ล้วนต้องมีความรู้เฉพาะทาง ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น ยังต้องมีมาตรฐานในการประกอบอาชีพอีกด้วย เมื่อเป็นอาชีพเฉพาะที่ไม่ให้ผู้อื่นทำ อันเป็นการจำกัดสิทธิที่ไม่เท่าเทียม จึงต้องตรากฎหมายระบุเหตุผลในการสงวนไว้เป็นการเฉพาะ เช่น คนจบแพทยศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ เป็นต้น
    กระนั้น ก็ยังต้องผ่านการทดสอบจากแต่ละสภาวิชาชีพ เช่น ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะในการประกอบอาชีพที่กระทำหรือมุ่งหมายจะกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค ฯลฯ ซึ่งผู้อื่นกระทำมิได้ หรือแม้แต่จบแพทย์มาแล้ว ถ้ายังไม่ขึ้นทะเบียนและยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ก็ประกอบอาชีพแพทย์ไม่ได้เช่นกัน
    แต่อาชีพสื่อมวลชนเป็นเสรีภาพพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน ของบุคคลตามมาตรา ๓๔ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งไม่จำเป็นต้องจบมาทางนิเทศศาสตร์ก็สามารถประกอบวิชาชีพนี้ได้ เพียงแต่เมื่อจะยึดอาชีพสื่อมวลชนกันจริง ๆ สิ่งที่ต้องมีเพิ่มขึ้นก็คือ จริยธรรมแห่งวิชาชีพ หรือต้องมีอาชีวะปฏิญาณ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้อย่างชัดเจนในมาตรา ๓๕
    จึงไม่มีเหตุผลใด ๆ ให้สื่อมวลชนต้องขึ้นทะเบียนและต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในทำนองเดียวกันกับวิชาชีพเฉพาะสาขาอันเป็นจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน
    ส่วนการลงโทษสื่อมวลชนที่ละเมิดสิทธิผู้อื่นนั้น วันนี้เรามีกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายคุ้มครองต่าง ๆ ทั้งเด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่สื่อมวลชนต้องรับผิดไม่ต่างจากบุคคลทั่วไป ขอให้รัฐหรือบุคคลใดที่เห็นว่าตนถูกละเมิด โปรดใช้กฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง (เสียที) เท่านั้น
    แต่ถ้าจะมีกฎหมายเพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลกันเอง เช่นนี้ ยังน่าจะเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาและปรึกษาหารือกัน มากกว่าการตีตราอย่างที่เป็นอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง
  ฉบับปี 2555  Click
  ฉบับปี 2556  Click
  ฉบับปี 2557  Click
  ฉบับปี 2558  Click
  • อีคอนนิวส์ฉบับ 598 ประจำเดือนเมษายน 2560
  • ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชดเชยสินค้าออกผันผวน
  • ทำไมสื่อจึงไม่ควรมีกฎหมายวิชาชีพ
  • 'OneCoin' อีกกับดักของคนอยากรวยทางลัด
  • 'คุ้มครองสิทธิ' หรือ 'จำกัดสิทธิ'
  • จับสัญญาณเศรษฐกิจ 'การฟื้นตัว' ภายใต้ปัจจัยเสี่ยง
  • ผ่านร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม เพิ่มทางเลือกจัดการพลังงาน?
  • ๑๐ เทคโนโลยีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล
  • เกาหลี/อินโดฯ ดันสตาร์ทอัพไทย
  • ก.ล.ต. ออก CG Code ดำเนินกิจการอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบ
  • สื่อสังคมออนไลน์สร้าง Digital Workplace ทุกที่คือห้องทำงาน
  • สมาคมธนาคารไทยมุ่งสร้างวินัยการเงิน
  • จากฟ้าสู่ดิน:  ร. ๙ กับเรือใบ (๔): 'ซูเปอร์มด' สู่ 'ไมโครมด'
ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org