สองนายกฯ ไทยในตระกูลชินวัตร


การได้เป็นผู้บริหารสูงสุดในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดจากความต้องการของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง (น่าจะ) มีความเชื่อว่าสามารถช่วยน้องสาวคนเล็กบริหารประเทศจากแดนไกล และควบคุมนักการเมืองรวมทั้งแกนนำเสื้อแดงในสังกัดให้อยู่ในแถวได้  
    ผลการเลือกตั้งเมื่อ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เป็นไปตามความคาดหมาย พรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเกินครึ่ง คือ ๒๖๕ เสียง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๘ ขณะอายุเพิ่ง ๔๔ ปี และไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อนเลย
    แรก ๆ ดูเคอะเขินกับภาษาราชการเทียบเท่า 'เจ้าพระยา' ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ไม่ว่าจะเป็นด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร อาทิ 'มีบัญชา' หรือ 'กราบเรียน' และ 'ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง' นี่ยังไม่นับรวมกริยานอบน้อมจากคนรายล้อมตัวเธอ
    ครั้นเวลาผ่านไปก็ 'คุ้นชิน' และ 'ยินดี' กับตำแหน่ง
    แต่ที่ตรงกันข้ามกันก็คือ ปัญหาชาติบ้านเมืองที่นักข่าวไม่สามารถได้คำตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำจากปากผู้บริหารสูงสุดของประเทศ นับตั้งแต่นโยบายในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยช่วงครึ่งหลังปี ๒๕๕๔ และเรื่องสำคัญอื่น ๆ โดยเฉพาะนโยบายการรับจำนำข้าวที่ไม่โปร่งใส แม้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ กลับมีปัญหามากขึ้นจนนำไปสู่ความเสียหายหลายแสนล้านบาท จนถูกมองว่าเป็นนายกฯ ผู้ 'ไม่ประสา' และ 'หนีปัญหา' เช่น เดินทางไปต่างประเทศโดยอ้างการสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งก็บ่อยเสียจนได้ชื่อว่าเป็นนายกฯ ที่อาศัยงานราชการไปเมืองนอกมากที่สุด
    ไม่เพียงปัญหาด้านการบริหาร แม้ด้านการเมืองก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่า 'ไม่รู้เรื่อง' หรือเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า 'ดีแล้ว'
    แต่ร่างพระราชบัญญัตินิรโทรษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่ย้อนไปก่อนรัฐประหารรัฐบาล ดร. ทักษิณ ชินวัตร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และที่เกี่ยวข้องอีก ๖ ฉบับ ทำให้เกิดความกังขาว่า ทีเรื่องแบบนี้ เธอมีความกล้าหาญในการปล่อยให้คนในพรรคฯ เดินหน้า จนนำไปสู่การต่อต้านทั่วประเทศ จนต้องประกาศยุบสภาเมื่อ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ กลายเป็นนายกฯ รักษาการ
    แล้วก็ต้องพ้นจากตำแหน่งรักษาการด้วยเหตุย้ายข้าราชการระดับสูง ที่ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ วินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบ
    และสุดท้าย ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๐ พิพากษาจำคุก ๕ ปี ด้วยข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตในคดีการขายข้าวรัฐต่อรัฐ
    ในแง่หนึ่ง เธอหนีไม่พ้นต้องรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ถือว่าอาสาเข้ามาทำงาน ชั่วดีถี่ห่างอย่างน้อย ประวัติศาสตร์ก็บันทึกว่าเป็นนายกฯ สตรีคนแรกของไทย - อีกแง่หนึ่ง ดร. ทักษิณ ชินวัตร มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อตัวน้องสาว เทคโนโลยีการสื่อสารไม่อาจทดแทนความห่างไกล เมื่อไม่ได้อยู่ในสายตาตลอดเวลา เรื่องจึงไม่เป็นดังหวัง ประการสำคัญ ควบคุมนักการเมืองในสังกัดไม่ได้ จนน้องสาวต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับตน
    หยุดสนับสนุนพรรคการเมือง นักการเมือง และแกนนำทางการเมืองในสังกัดเท่านั้น สมานฉันท์ของคนในชาติจะกลับฟื้นคืนมา
ยังมีคนรักและชอบพอ โดยเฉพาะมิตรผู้จริงใจ รอวันที่ ดร. ทักษิณ ชินวัตร จะพูดประโยคที่ว่า "เพื่อความสามัคคีของคนในชาติ ผมขอวางมือจากงานการเมืองโดยสิ้นเชิง"

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง
  ฉบับปี 2555  Click
  ฉบับปี 2556  Click
  ฉบับปี 2557  Click
  ฉบับปี 2558  Click
  • อีคอนนิวส์ฉบับ 603 ประจำเดือนกันยายน 2560
ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org
  • บำเหน็จบำนาญไม่พอสำหรับสังคมชรา
        ต้องออมเพิ่ม/ลงทุนสร้างผลตอบแทน
  • ดูแลเป็นพิเศษ '๕ แบงก์ใหญ่'
  • คุก 'ยิ่งลักษณ์' ๕ ปี ที่ประเด็นไหน
  • โอน/จ่ายผ่าน 'QR Code' ธุรกรรมใหม่สู่สังคมไร้เงินสด
  • จากวิกฤติเศรษฐกิจโลกสู่การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • จับทิศทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย
  • ไทยแลนด์ ๔.๐ พร้อมรุกสู่อาเซียน
  • แบงก์สนองตลาดยุคดิจิทัลเฟ้นนวัตกรรมบริการ
  • 'พลังงานบริสุทธิ์' ผนึก 'กฟน.' เปิดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
  • จดหมาย ๓ ฉบับจากเบื้องบน
  • จากฟ้าสู่ดิน:  ร. ๙ กับรางวัลระดับโลก