ทำไม 'เบสท์รินกรุ๊ป' จึงชนะประมูลบัสเอนจีวี ขสมก.


         หลังถูกคนในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งข้อสังเกตความไม่เป็นมืออาชีพขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ต่อกรณีการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศ มาทดแทนของเดิมที่มีอายุการใช้งานนานหลายปี ในที่สุด ขสมก. ก็สามารถเปิดประมูล  โครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (natural gas for vehicle: NGV) ๔๘๙ คัน ได้อีกครั้ง โดยมีบริษัทเบสท์รินกรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ชนะ ด้วยราคาเสนอขาย ๓,๓๘๙ ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ ๔,๐๒๑ ล้านบาท ค่อนข้างมากถึง ๖๓๒ ล้านบาท
    เมื่อใกล้เวลาส่งมอบรถงวดแรก ผู้ชนะประมูลไม่สามารถกระทำได้ เพราะถูกศุลกากร 'กัก' ไว้ที่ท่าเรือ ซึ่งนายคณิสสร์ ศรีวชิรประภา (เค่อนั่ว หลิน หรือ หลิน เข่อนัว) กรรมการผู้จัดการ 'เบสท์ริน' ถึงกับออกอาการว่าจะฟ้อง ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำนองว่าถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรกลั่นแกล้ง ทั้ง ๆ ที่ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ ๗ เรียบร้อยแล้ว
    กรมศุลกากร โดยนายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดี ในฐานะโฆษก จึงออกมาชึ้แจงผลการตรวจสอบ พบหมายเลขตู้ขนรถเมล์ NGV (container) งวดแรก ๑ คัน นำเข้าโดยบริษัทซูเปอร์ซาร่า จำกัด เป็นหมายเลขเดียวกันกับที่ส่งออกจากจีนเมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ ไปยังมาเลเซีย คอนเทนเนอร์ตู้เดียวกันนี้  ออกจากมาเลเซียเมื่อ ๒๓ พฤศจิกายน มาถึงไทยเมื่อ ๓๐ พฤศจิกายน
    ส่วนงวดสอง ๙๙ คัน ก็มีลักษณะเดียวกัน ทั้งหมดยี่ห้อ 'Sunlong'
    ประการสำคัญ เป็นการสำแดงแหล่งกำเนิดเท็จ หวังเสียภาษีศูนย์จากข้อตกลงทางการค้าของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations: ASEAN) ซึ่งมาเลเซียเป็นหนึ่งในอาเซียน อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗ และมาตรา ๙๙ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ซี่งนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงว่า รถ ๑๐๐ คัน และที่เหลืออีก ๓๘๙ คัน รวมเป็น ๔๘๙ คัน โดย ๑๐๐ คันแรก จะต้องเสียภาษีนำเข้า ๑๑๘ ล้านบาท ค่าปรับจากการสำแดงเอกสารเท็จ ๒๓๖ ล้านบาท และค่าปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑๖ ล้านบาท รวมเป็นเงิน ๓๗๐ ล้านบาท
    เช่นเดียวกันกับ ๓๘๙ คัน ที่เหลือ จะต้องเสียภาษีอากรนำเข้าคันละ ๑.๒ ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่มคันละ ๒๗๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๕๗๑.๘๓ ล้านบาท
    สรุปแล้ว 'ซูเปอร์ซาร่า' ผู้นำเข้ารถเมล์ NGV จะต้องจ่ายเงินเกือบพันล้านบาท ซึ่งก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับ 'เบสท์ริน' ผู้ชนะประมูล
    แต่ 'ซูเปอร์ซาร่า' และ 'เบสท์ริน' ไม่ต่างไปจาก 'กระเป๋าซ้าย' และ 'กระเป๋าขวา' ของคนร่างเดียวกัน - ผลจึงเปลี่ยนจากกำไรมหาศาล เป็นการขาดทุนย่อยยับ
    ประเด็นที่นำเสนอเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่การขาดทุนกำไรของผู้นำเข้าและผู้ชนะประมูล หากอยู่ที่การอาศัยช่องโหว่จากที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าสมาชิกอาเซียน มาหั่นราคาประมูล ซึ่งก็ได้ชัยชนะ และอาจประสบความสำเร็จ ดีแต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรรอบคอบ จึงตรวจพบการสำแดงเท็จ
    กรณีนี้ จึงไม่เห็นด้วยที่กรมศุลกากรจะเพียงเรียกเก็บภาษีและเปรียบเทียบค่าปรับเท่านั้น
    สมควรตรวจสอบข้อกฎหมายอื่น ๆ เพื่อดำเนินการฟ้องร้องทั้งการทุจริตฐานหลีกเลี่ยงภาษี และทั้งการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อคู่แข่งขัน
    นี่ยังเป็นการ 'เชือดคอไก่ให้ลิงดู' อีกด้วย

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง
  ฉบับปี 2555  Click
  ฉบับปี 2556  Click
  ฉบับปี 2557  Click
  ฉบับปี 2558  Click
  • อีคอนนิวส์ฉบับ 594 ประจำเดือนธันวาคม 2559
  • สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ ฯ
  • ทำไม 'เบสท์รินกรุ๊ป' จึงชนะประมูลบัสเอ็นจีวี ขสมก.
  • กระแสมาแรงในปี ๒๕๖๐
  • กม. คอมฯ ใหม่ ทำไมกลัวนัก
  • ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยพร้อมแค่ไหน?
  • ภาครัฐ/เอกชนร่วมหนุนนวัตกรรมการเงิน
  • ก.ล.ต. ร่างเกณฑ์ใหม่ยกระดับบรรษัทภิบาล
  • กากชา กาแฟบด มีประโยชน์กว่าที่คิด
  • จากฟ้าสู่ดิน: เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์
ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org