ข้อความ บทความ และภาพ ใน 'www.econnews.org'  เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอีคอนนิวส์ จำกัด ติดต่อผู้จัดทำ econnews@econnews.org
  • อีคอนนิวส์ฉบับ 604 ประจำเดือนตุลาคม 2560
  ฉบับปี 2555  Click
  ฉบับปี 2556  Click
  ฉบับปี 2557  Click
  ฉบับปี 2558  Click
  • ๔,๖๘๕ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • 'พอเพียง' ระดับชาติ เรื่องที่รัฐยังทำไม่จริง
  • ดูแลเป็นพิเศษ '๕ แบงก์ใหญ่'
  • 'เบญจา' ผิดตรงไหน 
  • ปฏิรูปอาชีวศึกษารับอุตสาหกรรมไทย ๔.๐
  • จับทิศ 'เคทีซี' ประสานพันธมิตรเกาะติดดิจิทัล
  • ดัชนีราคาห้องชุด-บ้านใหม่ ไตรมาส ๓ พุ่ง
  • อลิอันซ์อยุธยาฯ เสริมแกร่งช่องทางตัวแทน
  • ซิตี้แบงก์ก้าวสู่ตลาดการลงทุนชิงฐานลูกค้ามั่งคั่งสูง
  • หนังสือ 'ธนบัตร ร.๙: ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี'
  • เรื่องราวของข้าวสารสามถุง
  • จากฟ้าสู่ดิน:  คาถาถวาย ร. ๙


'พอเพียง' ระดับชาติ เรื่องที่รัฐยังทำไม่จริง


นับแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศชาติ สิ่งที่รัฐบาลนี้กล่าวถึงค่อนข้างบ่อยคือการขอให้ประชาชนยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง (sufficiency economy) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
    ปรัชญาของ 'เศรษฐกิจพอเพียง' สรุปให้สั้นที่สุดก็คือ 'การยืนอยู่บนขาของตนเอง' ซึ่งข้อเท็จจริง ไม่อาจกระทำได้เต็มร้อยทันที เพราะโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม ไม่ใช่อุตสาหกรรม 
    'พอเพียง' ระดับบุคคลและครอบครัว จึงเริ่มต้นบนพื้นฐานของการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
    ในขั้นการผลิต แม้จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจพึ่งตนเองได้โดยลำพัง แต่การสร้างเครือข่ายที่ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ตั้งแต่การผลิต การตลาด และพลาธิการ (logistic) ไม่เพียงประสิทธิภาพในระบบการผลิตและการจัดจำหน่ายเท่านั้น ยังก้าวหน้าไปถึงขั้นการมีหรือเพิ่มอำนาจต่อรองอีกด้วย
    แต่เศรษฐกิจพอเพียงในระดับชาติ คือ 'ภาครัฐ' กลับไม่เห็นภาพที่ชัดเจน
    อาจเป็นเพราะระยะแรก หนีไม่พ้นผลกระทบต่อการลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจตั้งแต่ ๓ - ๕ ปี ขึ้นอยู่กับมาตรการที่นำมาใช้ แบบนี้ ในทางการเมือง คงไม่มีรัฐบาลไหนกล้าเสี่ยง เพราะการใช้ทรัพยากรที่ผลิตได้ในชาติ ไม่สามารถกระทำได้ในทุกสาขาอุตสาหกรรม การใช้มาตรการทางการคลัง ด้วยกำแพงภาษีที่เพิ่มขึ้นสำหรับสินค้านำเข้าอาจทำได้เฉพาะประเภทฟุ่มเฟือย แต่ถ้าเป็นเครื่องจักรเพื่อการผลิต อาจทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีราคาเพิ่มสูงขึ้น กลายเป็นขายไม่ได้ - รัฐบาลไหนจะเสี่ยง
    แต่เมื่อรัฐบาลนี้ประกาศว่าไม่ได้มาจากทางการเมือง ก็ไม่มีเหตุจะต้องห่วงเรื่องคะแนนเสียง จึงควรพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง นั่นคือ
    ๑. ให้หน่วยงานของรัฐ 'ต้อง' ใช้สินค้าซึ่งผลิตได้ในประเทศและผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมทุกชนิด ยกเว้นสินค้าที่ไม่มีหรือไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ
    ๒. ส่งเสริมผู้ประกอบการที่ใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิตในประเทศและได้มาตรฐานอุตสาหกรรม รวมทั้งสินค้าที่มีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศเต็มที่แล้ว และจำเป็นต้องสั่งวัตถุดิบส่วนที่ไม่มีในประเทศ ด้วยการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ตามสัดส่วนของวัตถุดิบในประเทศ ฯลฯ เพื่อให้สินค้ามีราคาเชิงแข่งขัน อันจะส่งผลให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้สินค้าในประเทศ
    ๓. ขึ้นภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยที่นำเข้าจากต่างประเทศ
    ๔. ส่งเสริมนวัตกรรมในทุกสาขาอุตสาหกรรมที่คิดและผลิตได้ในประเทศด้วยมาตรการทางภาษีและอื่น ๆ
    ทั้งหมดนี้เพื่อให้ไทย 'ยืนอยู่บนขาของตนเอง' ในอนาคต และเพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ยามใดภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ไทยจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าในอดีต
    นี่คือผลงานชิ้นสุดท้ายของรัฐบาล แต่ยิ่งใหญ่ เพราะยั่งยืน และยังสนองพระราชประสงค์ที่ทรงอยากให้ชาติและประชาชนมั่นคงอีกด้วย

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง